Author Topic: รวมความรู้เรื่องพลังจักรวาล และ จักระทั้ง 7  (Read 31103 times)

webmaster

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 699
    • View Profile








พลังจักรวาล และจักระทั้ง 7


ในร่างกายมนุษย์มีสิ่งมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติซ่อนเร้นอยู่ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างพลังธรรมชาติ จิตวิญญาณและพลังเหนือธรรมชาติเข้าด้วยกัน และอยู่ภายใต้อำนาจของสมาธิ เราเรียกสิ่งมหัศจรรย์นี้ว่า “จักระ (Chakra)”
จักระ (Chakra) เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า “กงล้อ” ซึ่งเป็นลักษณะของลำแสงที่แผ่ออกมาเป็นวงคล้ายกลีบดอกบัวมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ลำแสงที่มีลักษณะคล้ายกลีบดอกบัวนี้จะหมุนอยู่ตลอดเวลาก่อให้เกิดสีสรรต่าง ๆ เหมือนประกายไฟ มีสีที่ต่างกันออกไป จักระในร่างกายมี 7 จุด ผู้ที่ผ่านการกระตุ้นจักระและฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอจะทำให้จักระหมุนวนรับพลังจักรวาลที่อยู่รอบตัวเข้าสู่จักระทั้ง 7 และหากสามารถพัฒนาอำนาจจิตให้สูงขึ้นก็จะสามารถมองเห็นรูปร่าง แสง สี และการหมุนได้อย่างชัดเจน

จักระทั้ง 7 มีดังต่อไปนี้

จักระที่ 1 มูลธารจักระ (The Base Chakra)
ตั้งอยู่ระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์กับทวารหนัก เป็นพื้นฐานของพลังชีวิต มีหน้าที่ดูดซับพลังคุนดาลินี (Kundalini = งูไฟ หรือ Serpent Fire) จากโลก โดยปกติแล้วจักระนี้จะไม่มีการกระตุ้นอย่างเด็ดขาดเพราะอันตรายต่อระบบการทำงานของร่างกาย สีที่สัมพันธ์คือ สีแดง มี 4 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 1 คือ ทับทิม โกเมน

จักระที่ 2 สวาธิษฐานจักระ (The Sacral Chakra)
ตั้งอยู่ที่ปลายกระดูกสันหลังใต้ก้นกบ เป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังงานทางเพศและความเชื่อมั่นในตนเอง มีหน้าที่กระจายพลังที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือต่อมสืบพันธุ์ (Gonads Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีส้ม มี 6 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 2 คือ โกเมนสีส้ม คาร์เนเลี่ยนสีส้มแดง

จักระที่ 3 มณีปุระจักระ (The Solar Plexus Chakra)
ตั้งอยู่บริเวณสันหลังที่ตรงกับบั้นเอว มีความเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารทั้งหมด ผลิตโลหิต เป็นศูนย์กลางของอารมณ์ดิบ ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือต่อมหมวกไต (Adrenal Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีเหลือง มี 10 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 3 คือ บุษราคัม ซิทริน

จักระที่ 4 อนาหตะจักระ (The Heart Chakra)
ตั้งอยู่กลางกระดูกสันหลังระดับที่ตรงกับหัวใจ เป็นศูนย์รวมของความรัก ความเมตตากรุณา ความเสียสละ การพัฒนาจิตใจ ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือ ต่อมไธมัส (Thymus Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีเขียว มี 12 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 4 คือ มรกต เพอริโด

จักระที่ 5 วิสุทธิจักระ (The Throat Chakra)
ตั้งอยู่ตรงกระดูกต้นคอ เป็นจักระที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ หอบหืด โรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือ ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีน้ำเงิน มี 16 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 5 คือ ไพลิน เทอร์ควอยซ์ ลาปิสลาซูลิ อะคัวมารีน

จักระที่ 6 อาชณะจักระ (The Third Eye Chakra)
ตั้งอยู่กลางหน้าผาก เป็นจักระที่เปรียบเหมือนดวงตาของปัญญา เป็นจุดกำเนิดของญาณหยั่งรู้ เป็นตาที่ 3 เป็นพาหนะแห่งญาณวิเศษสำหรับการติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือ ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีคราม มี 96 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 6 คือ อะมีธีสต์สีม่วงคราม โซดาไลต์

จักระที่ 7 สหัสธารจักระ (The Crown Chakra)
ตั้งอยู่กลางกระหม่อม เปรียบเป็นมงกุฎดอกบัว เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระในร่างกาย เป็นสถานที่รับพลังแห่งจักรวาลและกระจายไปทั่วร่างกาย ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือ ต่อมเม็ดสน (Pineal Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีม่วง มี 972 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 7 คือ อะมีธีสต์

หมายเหตุ เนื่องจากชื่อของแต่ละจักระเป็นภาษาสันสกฤต เมื่อนำมาสะกดเป็นภาษาอังกฤษแล้วอ่านเป็นภาษาไทยจึงมีความแตกต่างไปบ้างแล้วแต่ตำรา หากผู้อ่านไปศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มอื่นหรือไปเข้ารับการฝึกวิชาพลังจักรวาลหรือพลังกายทิพย์แล้วพบว่าเรียกชื่อจักระผิดเพี้ยนไปบ้าง ก็ขอให้เข้าใจว่าเป็นชื่อเดียวกัน

เคยมีผู้มาสอบถามผู้เขียนเกี่ยวกับการทำสมาธิเพื่อกระตุ้นจักระทั้ง 7 โดยการใช้อัญมณี ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มีหนังสือหลายเล่มเขียนอธิบายไว้คล้าย ๆ กันคือ ให้เอาอัญมณีวางไว้ตรงกับจักระที่ต้องการกระตุ้น แล้วกำหนดสมาธิสร้างจินตนาการว่าจักระได้ดูดซับเอาพลังที่อยู่ในอัญมณีเข้ามาไว้กับตัว สำหรับเรื่องนี้ผู้เขียนมีความเห็นว่าจักระ เป็นสิ่งที่สำคัญที่มีอิทธิพลทั้งทางบวกและทางลบกับร่างกาย การกระตุ้นจักระโดยขาดความรู้อย่างแท้จริงจะทำให้การทำงานของจักระทั้ง 7 ขาดความสมดุล ส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายโดยรวมขาดความสมดุลตามไปด้วย ซึ่งเป็นที่มาของการเจ็บป่วยที่หาสาเหตุไม่ได้ เป็นต้นว่า นอนไม่หลับ ปวดศรีษะ เวียนศรีษะ คลื่นไส้ เดินโคลงไปเอียงมาร่างกายขาดความสมดุล ซึ่งโรคจำพวกนี้ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ นอกจากจะต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังทำการปรับสมดุลร่างกายให้เท่านั้น

การกระตุ้นจักระอย่างถูกวิธีคือ จะต้องฝึกลมปราณ ทำสมาธิ และกระตุ้นทีละจักระ ภายใต้การแนะนำและควบคุมของอาจารย์ที่สำเร็จวิชานี้แล้ว การฝึกจะต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ให้ร่างกายได้ปรับตัว เพราะผู้ที่ไม่เคยฝึกลมปราณมาก่อนจักระจะอ่อนแอ ไม่สามารถรับการกระตุ้นอย่างทันทีได้ ในการฝึกจะใช้เวลาหลายวันกว่าที่จะกระตุ้นได้ครบทุกจักระ และเมื่อฝึกสำเร็จจักระจะแข็งแรง เราก็สามารถมาฝึกหรือกระตุ้นจักระโดยวิธีอื่น เช่น การใช้ ควอทซ์ คริสตัล หินสี อัญมณีต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย

ในการเขียนเรื่องจักระนี้ อาจมีข้อความบางส่วนแตกต่างไปจากเรื่องจักระที่เขียนกันในหนังสือเกี่ยวกับอัญมณีและหินสีที่มีวางขายอยู่ทั่วไป เนื่องจากผู้เขียนได้ใช้แนวทางของวิชากายทิพย์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค (ผู้ค้นพบวิชาพลังกายทิพย์หรือพลังจักรวาล คือ หลวงปู่ดาสิรา นาราดา พระภิกษุชาวศรีลังกา มีชีวิตอยู่ในระหว่างปี ค.ศ.1846 – 1924 หลวงปู่ดาสิราได้ถ่ายทอดวิชานี้ให้กับ พล.ร.ต.หลวงสุวิชานแพทย์ อดีตแพทย์ใหญ่กองทัพเรือ ซึ่งท่านมีชีวิตอยู่ระหว่างปี พ.ศ.2435 – 2522 พล.ร.ต.หลวงสุวิชานแพทย์ นอกจากเป็นแพทย์ที่มีความสามารถสูงแล้วยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์อีกด้วย ท่านเห็นว่าโรงแรมเอราวัณ หรือในปัจจุบันคือโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ สร้างผิดรูปแบบ จึงได้แนะนำให้สร้างศาลพระพรหมเป็นการแก้เคล็ด ซึ่งต่อมาศาลท้าวมหาพรหมโรงแรมเอราวัณก็มีชื่อเสียงไปทั่วโลก พล.ร.ต.หลวงสุวิชานแพทย์ ได้ถ่ายทอดวิชาพลังกายทิพย์ให้กับคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค ในปี พ.ศ.2500 คุณย่าเยาวเรศ เป็นผู้มีความรู้ทางด้านโหราศาสตร์เป็นอย่างสูง ท่านเป็นหนึ่งในศิษย์เอกที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาโหราศาสตร์มาจาก อ.เทพย์ สาริกบุตร และเคยได้รับการยกย่องเป็น 10 ยอดโหรของเมืองไทยในอดีต



ขอบคุณแหล่งข้อมูล
http://samysamyface.wordpress.com/2006/12/28/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B1/


ศึกษาเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้ัครับ
http://www.stonelover.com/chakra.htm



« Last Edit: February 28, 2011, 08:00:15 PM by webmaster »
จิตหนึ่งร่วมฟ้าดินแจ้งพุทธะ
พูดคุยสอบถามการปฏิบัติได้อีกช่องทางๆ Facebook นี้ครับ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100005110451729

webmaster

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 699
    • View Profile



รูปหล่อหลวงปู่ดาสิรา นาราดา


พลังจักรวาล หรือชื่อเต็มว่า พลังไฟฟ้าสากลจักรวาล  เพราะการทำหน้าที่ของจักระทั้ง 7 ก็คล้ายกับการส่งกระแสไฟฟ้าเช่นกัน มีทั้ง พลังบวก (หยาง) พลังลบ (หยิน) ทำให้เกิดสมดุลขึ้น ในยุคนี้ ผู้คนพบ วิชานี้คือ ดาสิรา นาราดา ท่านเป็นชาวศรีลังกา เกิดเมื่อ ปีค.ศ. 1846 ศึกษา วิชาปรัชญาสมัยใหม่ ระดับ ปริญญาเอก  และทำงานจนเกษียณ ก็ปลีกตัวค้นหาสัจธรรม จนค้นพบพลังจักรวาลนี้ ออกมา

หลังจากนั้น ก็ถ่ายทอดให้กับ อาจารย์ชาวอินเดีย  ประวัติความเป็นมาไม่ชัดเจน  แต่ ท่านก็เสียชีวิตไป ปี ค.ศ. 1924 ถือว่าไม่นาน แต่ก่อนนั้น ท่านก็ถ่ายทอดวิชานี้ ให้กับ ท่านอาจารย์เหลือง มิน ด๋าง ชาวเวียดนาม มาจนถึงปัจจุบันในที่สุด

สัญลักษณ์ พลังจักรวาล ของอาจารย์ เหลือง มิน ด๋าง ด้านซ้าย รูปมังกร แทน ผู้ชาย (หยาง) พลังบวก และ หงค์ แทน ผู้หญิง (หยิน) หรือพลังลบ ให้สมดุลกันถือว่าสุขภาพดี  ส่วนปิรามิด หมายถึง  ความลึกลับ ของจิตวิญญาณและศาสตร์ต่าง ๆ  ที่ได้ปกปิดเอาไว้ในปิรามิด

พลังจักรวาลนี้ ก็ไปเหมือนหลาย ๆ วิชา เช่น โยคะ กำลังภายใน ลองคิดตามหนังจีนก็คงจะรู้จักกันดี หรือปราณ  หยิน-หยางของจีน และฤาษีดัดตนของไทยด้วย รวมถึงพลังจิตแต่ต่างอยู่ที่ พลังจักรวาลเป็นพลังจากนอกโลกควบคุมการดำเนินของโลก แต่พลังจิตนั้นอยู่ภายในตัวเรา ซึ่งคุณสมบัติของวิชาพลังจักรวาลเกิดจากแห่งพลังงานที่ไม่เสื่อมสลายในจักรวาล  จะเปรียบเทียบก็คือ พลังดึงดูดของแม่เหล็กที่ไม่เสื่อมสลายเป็นพลังงานที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ แต่พลังงานนั้นจะมีกำลังสูงหรือต่ำก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของวัสดุที่ถูกสร้างขึ้น ส่วน พลังจักรวาลนั้นมาจากบ่อพลังงานธรรมชาติที่มีอยู่อย่างอนันต์ และมีพลังงานอย่างไร้ขอบเขต

พลังจักรวาลนี้ ไม่ค่อยยุ่งยากในการฝึกเท่าไหร่ ไม่ต้องต้องกินมังสวิรัติ หรือแต่งงานแล้วก็ฝึกได้

พลังงานจักรวาลนี้ ควบคุมการทำงานของชีวิต จะมี ประตู อยู่ 7 ประตู  เรียกว่า จักระ เอาไว้เปิดรับพลัง ส่วนใหญ่คนจะปิด ร่ายกายจึงไม่สามารถรับพลังงานใหม่เข้าไปได้  ร่างกายเรามีพลังงานห่อหุ้ม หลายคนคงรู้จัก ออร่า กันดีครับ บางคนเรียกว่า กายทิพย์  ซึ่งสามารถแยกสีออกไป แต่ละบุคคล

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ ได้ประดิษฐ์กล้อง ถ่ายภาพรัศมี นี้ได้แล้ว เรียกว่า กล้องเกอร์เลียน เมื่อถ่ายออกมาจะเป็นแสงสีต่าง ๆ รอบตัวเรา  เมืองไทยก็มีอยู่บ้างครับ แต่ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่   

พลังจักรวาลนี้ ช่วยให้ร่ายกายของเรา สามารถเดินพลังที่บกพร่องหรืออุดตัน ให้ปรอดโปร่ง และควบคุมระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายให้เป็นปกติได้ จนทำให้อาการบาดเจ็บหรือเจ็บปวด หายไปได้ น่าสนใจทีเดียว

จักร ทั้ง 7 นี้ทำหน้าที่ควบคุม จิต จิตใต้สำนึก อารมณ์ ปัญญา เป็นต้น  เซลล์พิเศษของสมอง เรียกว่า ไมโครเซลล์  ไมโครเซลล์นี้ จะฉายแสงสีเหลืองเป็นประกายและสั่นไหวอย่างรุนแรง เป็นหลักการสั่นไหว เมื่อผู้ฝึกสมาธิ และจะสั่นไหวแรงขึ้น เมื่อ ฝึกในระดับที่สูงขึ้น จนขยายไปทุกส่วนของอวัยวะในร่างกายในทั่วร่าง และถ้าหากผู้ฝึกสามารถสั่งสมเพิ่มพลังงานให้มากขึ้น  ไมโครเซลล์เหล่านี้ จะมีลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า กายทิพย์  และกายทิพย์นี้ เป็นเหมือนเครื่องมืออเนกประสงค์เลยทีเดียว บางที่อาจสร้างความมหัศจรรย์ของมนุษย์ได้
จากหลักการสั่นไหว มากับพลังจักรวาล มาอีกหลักหนึ่งคือ การหมุน  หรือการเคลื่อนไหวเป็นทรงกลม ดูดพลังจักรวาล เข้ามาเพื่อเป็นกลไกการทำงาน

คนโบราณได้ค้นพบว่า รูปทรงต่าง  ๆ บางรูปเปล่งหรือปล่อยพลังจักรวาลออกมาเองโดยอัตโนมัติ และแรงกว่าธรรมดา ที่เป็นเช่นนี้เพราะพลังจักรวาลเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมาก และเป็นทรงกลมที่หมุนอยู่ตลอดเวลา เมื่ออนุภาคมาเกาะตัวกันมันก็หมุน โดยเคลื่อนไหวของอนุภาคเหล่านี้ก็จะเกิดการถ่ายเทพลังงาน  และนำไปสู่รูปทรงที่ต่างกันย่อมก่อให้เกิดคลื่น ของจักรวาลที่ต่างกันออกไป

ปราณ เป็นสิ่งค้ำจุนสรรพสิ่งในจักรวาล ดังนั้น ย่อมสามารถนำมันมาใช้เพื่อการพัฒนาชีวิตและจิตวิญญาณของคนได้แน่นอน

การหมุน การหมุน จะถ่ายเทพลังงานตามหลักการสั่นไหวร่วมกัน เห็นได้ชัด ตามตัวอย่างทั่วไป ก็คือ พายุ ไต้ฝุ่น ซึ่งหมุนซ้ายทวนเข็มนาฬิกา และเวลาผ่านไป มันจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  การหมุนนี้ ก็คล้ายกับวิชาอื่น  ก็คือ ไทเก็ก และ ฝ่ามือมังกรแปดทิศ  ก็มีการเคลื่อนไหว เป็นวงกลม  และถ้ายิ่งฝึกวิชามังกรแปดทิศ พลัง รวมถึง ดูดซับพลังจักรวาลด้วยแล้ว พลังก็จะเพิ่มเป็นทวีคูณ






พลังจักรวาล หัวใจก็คือ จักระ แปลว่า วงล้อหรือธรรมจักร  ที่เราได้ยินกัน  จักระนี้ มีอยู่ 7 จุดด้วยกัน

จักระที่ 1 ตั้งอยู่ ที่ฝีเย็บระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก เป็นพื้นฐานของพลังชีวิตและเป็นกลไกที่ทำให้ชีวิตอยู่ได้ ดูดซับพลังจากใจกลางโลกที่พุ่งขึ้นมา ได้แก่ น้ำพุร้อน ภูเขาไฟระเบิด ต้นไม้ที่เจริญเติบโตจากดินพุ่งขึ้นสู่อากาศ

จักระที่ 2 ตั้งอยู่ ที่ปลายกระดูกก้นกบชิ้นสุดท้าย มี สัญลักษณ์เป็นดอกบัว 6 กลีบ ชื่อว่า สวาธิษฐานะ จักระนี้แสดงถึงความต้องการที่แรงกล้า การสืบเผ่าพันธุ์

จักระที่ 3 อยูที่ กระดูกสันหลังระดับเอวที่ตรงข้ามกับสะดือ มีสัญลักษณ์เป็นดอกบัว 10 กลีบ มีชื่อว่า มณีปุระ จักระนี้ แสดงออกถึงพลังอำนาจและความมีสติ

จักระที่ 4  อยู่ที่ กระดูกสันหลัง ระดับเดียวกับหัวใจ มีสัญลักษณ์ เป็นดอกบัว 11 กลีบ ชื่อว่า อะนาหตะ  จักระนี้แสดงถึงความเห็นอกเห็นใจ และการช่วยเหลือความรักความเมตตา

จักระที่ 5  ตั้งอยู่บน กระดูกสันหลังบริเวณต้นคอ มีสัญลักษณ์เป็นดอกบัว 16 กลีบ ชื่อว่า วิศทะ จักระนี้แสดงถึงความรัก ความสมดุล ของสติปัญญา และความเห็นอกเห็นใจ 

จักระที่ 6 อยู่ตรงกลางหน้าผาก เหนือหว่างคิ้ว มีสัญลักษณ์เป็นดอกบัว 2 กลีบใหญ่  และกลีบย่อยอีก 100 กลีบ ชื่อว่า อะชะ จักระนี้แสดงถึงการพัฒนาจิตระดับที่สูง  ความมีสติ ความรู้แจ้ง  จุดนี้ เปรียบเสมือนเป็นตาที่ 3 หรือตาทิพย์ ของมนุษย์และเป็นจุดเดียวกับต่อมไพนิล

จักระที่ 7 อยู่จุดที่สูงที่สุดของศีรษะ สัญลักษณ์ดอกบัว 1,000 กลีบ ชื่อว่า สหสราระ แสดงถึงความไม่เห็นแก่ตัว และการหมดกิเลส  จักระที่ 7 หรือ จักระ มงกุฎ อยู่ส่วนบนของสมองเรียกว่า คาเวอร์เนียส เพลกซัส  ณ ตำแหน่งนี้ ชื่อว่าทำให้เกิดปัญญาความรอบรู้

หน้าทำหลักของจุดนี้ ระบบประสาทศูนย์กลางบัญชาการใหญ่ในการสั่งการของร่างกายทุกชนิด

เทคนิคการดูดซับพลังจักรวาล ทุกคนคงรู้จักปิรามิดเป็นอย่างดี บ้างก็รู้จักพลังปิรามิดอยู่บ้าง ลักษณะของปิรามิดนี้ ยังมีพลังซ่อนเร้นอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าคนโบราณจะรู้วิธีนี้ด้วย ปิรามิดเป็นสิ่งก่อสร้าง ที่มหัศจรรยฺ์ที่สุดของโลก มีผู้ทดลอง เกี่ยวกับมันมามาก ขอเข้าเรื่องเลยละกัน

พลังปิรามิด เป็นสถานที่เพิ่มพูดพลังจักรวาล ช่วยทำให้ ส่งเสริม พลังภายใน  ซึ่งปิรามิด นี้ มีหน้าที่เปรียบเสมือนเลนส์ รับเอาพลังจักรวาล ทั้งภายนอกโลก และพลังแม่เหล็กไฟฟ้าของโลกด้วย

เริ่มต้นด้วย  มหาปิรามิดแห่งกีซา  เป็นต้นแบบของการสร้างปิรามิดจำลอง ซึ่งนำมาใช้ ในการฝึก พลังจักรวาล  มหาปิรามิด สูง 146.7 เมตร แต่ปัจจุบันเนื่องจากยอดหายไปจึงสูงแค่ 137.3 เมตร ความยาวของฐานปิระมิดคือ 230.5 เมตร จำนวนชั้นบันไดหินมี 201 ชั้น เดิม สร้างเสร็จใหม่ ๆ น่าจะมี 220 ชั้น มุมองศาคือ 51 องศา  จำนวนก้อนหิน สร้างราว ๆ สองล้านเจ็ดแสนก้อน เฉลี่ยหนักก้อนละ 2.5 ตัน น้ำหนักทั้งหมดของปิระมิดราว ๆ เจ็ดล้านตัน

ปัจจุบันมีหลายคน ที่ใช้ปิรามิดจำลองมาใช้เพื่อการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ







« Last Edit: November 21, 2010, 11:56:43 PM by webmaster »
จิตหนึ่งร่วมฟ้าดินแจ้งพุทธะ
พูดคุยสอบถามการปฏิบัติได้อีกช่องทางๆ Facebook นี้ครับ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100005110451729

webmaster

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 699
    • View Profile




http://en.wikipedia.org/wiki/Chakra

ความรู้เกี่ยวกับจักระ ( ภาษาอังกฤษ )

สามารถใช้กูเกิล ช่วยแปลได้ ...

เปิดเว็บนี้ ... http://translate.google.co.th/?hl=th&tab=wT#

แล้วนำบรรทัดนี้ไปใส่ในช่องแปล ....  http://en.wikipedia.org/wiki/Chakra

แล้วจะมีบรรทัดนี้แสดงลิงค์ให้คลิ๊กทางด้านซ้ายมือ ... ให้คลิ๊กลิงค์เพื่อดูเว็บเป็นภาษาไทย



« Last Edit: November 22, 2010, 06:40:52 AM by webmaster »
จิตหนึ่งร่วมฟ้าดินแจ้งพุทธะ
พูดคุยสอบถามการปฏิบัติได้อีกช่องทางๆ Facebook นี้ครับ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100005110451729

webmaster

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 699
    • View Profile




ขอเชิญชมไฟล์วีดีโอ เกี่ยวกับพลังจักระทั้ง 7 ที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ทุกคน


The Chakras Part 1/3



The Chakras Part 2/3



The Chakras Part 3/3



จิตหนึ่งร่วมฟ้าดินแจ้งพุทธะ
พูดคุยสอบถามการปฏิบัติได้อีกช่องทางๆ Facebook นี้ครับ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100005110451729

far2

  • Newbie
  • *
  • Posts: 1
    • View Profile
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆคะ ส่วนตัวเคยสนใจพวกสมาธิแนวนี้มากมาย แต่ช่วงหลังๆด้วยที่ว่ามีภาระหน้าที่ในสังคมที่ต้องทำ ทำให้ไม่ค่อยได้ฝึกหรือให้ความสนใจเท่าที่ควร  ตอนนี้เริ่มๆว่างแล้วจะเริ่มมาสนใจอีกรอบนึงคะ  ;)
ศูนย์กลางพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือมนุษย์